Concert-Events

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานคอนเสิร์ต Metal Farm ครั้งที่สอง

ซึ่งงานนี้เป็นการรวมตัวของกลุ่มชาวเมทัลในไทยทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจัดโดยค่าย Metal Farm ผู้ซึ่งเสียสละบุกเบิกและผลักดันให้วงการเมทัลได้เป็นที่รู้จักของสาธารณะชน ซึ่งผมก็คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนั้นถ้าผมไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายเกินไป

หากพูดถึงเมทัลแล้วหลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าดนตรีแขนงนี้มีแต่ความก้าวร้าว แม้แต่ในต่างประเทศเองดนตรีเมทัลก็ยังจัดว่าเป็นดนตรีสายความมืดอยู่ดี

เนื่องจากเนื้อหาที่หม่นหมอง เสียดสีประชดสังคม และเล่นยากต้องใช้ทักษะทางดนตรีกับความเร็วที่ค่อนข้างสูง ซึ่งผู้ฟังส่วนใหญ่จำเป็นต้องรู้ทฤษฎีดนตรีเสียก่อนจึงจะเริ่มหัดฟังเมทัลได้ หรือมีบางกรณีเช่นถึงจุดที่ชีวิตตกต่ำแล้วโดนเนื้อหาของดนตรีเมทัลตอกย้ำเข้าไปถึงแก่นของอารมณ์แล้วเลยพาลกลายเป็นสาวกดนตรีแนวนี้ไปโดยปริยาย ตัวอย่างเช่นผมเอง เป็นต้น

ยังไม่นับพวกหัวรุนแรงที่ฟังดนตรีไม่เป็นแต่เห็นร้องตะคอกๆแล้วคิดว่าโหดดีจึงแกล้งทำเป็นฟัง เพื่อให้คนรอบข้างคิดว่าตัวเองเจ๋งที่ฟังเพลงโหดๆ ซึ่งพวกเราคอเมทัลกันเองก็ไม่สนับสนุนคนแบบนี้สักเท่าไหร่นักเพราะเท่ากับว่าเขาทำให้ดนตรีที่หลายๆคนเคารพกลายเป็นสิ่งไร้ค่าที่มีไว้ให้เหล่าหัวรุนแรงฟังเพื่อเรียกความฮึกเหิมแล้วไปก่อเรื่องสร้างราวให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วในที่สุดพวกเขาก็จะโทษดนตรีที่ทำให้ตัวเองก้าวร้าว สังคมก็จะตราหน้าดนตรีเมทัลว่าเปลี่ยนคนให้เป็นปีศาจ

เพราะฉะนั้นงานคอนเสิร์ต Metal Farm ก็เลยเกิดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้วงการของพวกเรายืนหยัดกันต่อไป และแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพียงพอที่จะลบความคิดของคนนอกที่มองเมทัลในแง่ลบ ให้กลายมาเป็นบวกได้ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของประชาธิปไตยที่ประเทศไทยยังไม่มีก็คือ "การเคารพในสิทธิความชอบของคนอื่น"

สำหรับตัวงานได้ไปจัดที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยซึ่งผมเองเข้าใจผิดคิดว่าเป็นศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์เป็นเหตุให้หลุดออกนอกเส้นทาง กว่าจะหาทางกลับมาได้ก็เล่นเอาพลาดดูคอนเสิร์ตไปสองสามวงด้วยกัน และหลังจากที่ผมคลำทางมาจนถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยแล้วก็ต้องพบกับความประหลาดใจอีกครั้งเมื่อพบว่าทำไมป้ายที่เขียนว่าศูนย์วัฒนธรรมกับตัวศูนย์จริงๆอยู่คนละทิศเดียวกันเลย ทำเอาผมเหงื่อแตกรอบสองเพราะหาทางเข้างานไม่เจอ

เมื่อผมเดินทางมาถึงโดยสวัสดิภาพแล้วก็พบกับภาพที่คุ้นเคยคือบรรดาสมาชิกชุดดำนับร้อยที่มาตั้งตารอดูคอนเสิร์ตกันอยู่แล้ว แต่ที่เสียความรู้สึกก็คือมีพวกหัวรุนแรงหรือทางบ้านมีปัญหามาปนเปกับพวกเราด้วย ทำเอาคนที่ตั้งใจมาฟังดนตรีจริงๆเสียอารมณ์ไปไม่มากก็น้อย เพราะเป็นงานกลางแจ้งและจัดในพื้นที่ ที่ใครๆก็สามารถเข้าออกได้โดยอิสระทางผู้จัดควรจะประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้ผู้ที่มาร่วมงานทราบด้วย

เพราะหลายๆคนแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมในขณะที่งานกำลังดำเนินอยู่เช่นถือขวดเบียร์ขวดเหล้ามานั่งกินกลางงานกันตั้งแต่กลางวันแสกๆ และบุหรี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง เพราะที่ศูนย์วัฒนธรรมนั้นไม่ได้มีแต่พวกเราที่เข้าออก แต่มีบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองพาลูกหลานเข้ามาทำธุระหรือบรรดานักวิชาการและผู้ที่มาทัศนศึกษามากันที่นี่ด้วย และเมื่อเขาเห็นพวกไร้สติพวกนี้เมาเละดิ้นเป็นใส้เดือนโดนน้ำร้อนลวกอยู่หน้าเวทีด้วยแล้วก็พาลให้งานดีๆนี้ถูกสังคมมองในแง่ลบไปไม่รู้จักจบสิ้นกันเสียที

ผมคิดว่าทั้งๆที่ผู้จัดงานรู้ว่าจะมีวงโหดๆขึ้นมาตะคอกกันทำไมท่านๆทั้งหลายไม่จัดการให้พวกเขาลงไปเล่นกันที่เวทีใหญ่ที่มันหลบมุมมากกว่านี้ อีกทั้งพื้นก็เป็นสนามหญ้าจะกลิ้ง จะดิ้น จะชนอะไรกันก็เจ็บน้อยกว่าเวทีพื้นปูนอยู่แล้ว แถมไม่มีใครเห็นด้วย ไม่ทราบว่าท่านผู้จัดงานจะแบ่งเป็นสองเวทีทำไมให้พวกผมงง

ถ้าคิดจะเอาใจพวกขาเดธ หรือ ฮาร์ดคอร์ท่านน่าจะจัดงานแยกอีกแห่งที่ Rock Pub ไปเลย จะได้ไม่ต้องปวดหัวกับพวกหัวรุนแรงมาผสมโรงในงานที่คนฟังดนตรีเขาตั้งใจมาดูคนเล่นที่มีฝีมือ ไม่ใช่มาระบายอารมณ์กันต่อหน้าสาธารณะชนกันแบบนี้ บอกตรงๆว่าผมอายครับ ที่จะประกาศตัวเองว่าฟังเมทัลทั้งๆที่คนทั่วไปมาเห็นสภาพของงานที่เละแบบนี้

หากผู้จัดงานต้องการจะส่งเสริมวงการกันจริงๆ ท่านควรจะต้องมีการคัดเกรดผู้ชมกันบ้างแล้ว เพราะเท่าที่เห็นกันพวกผู้ใหญ่หลายๆท่านที่มาฟังเขาก็นั่งดู ยืนดูกันสงบเสงี่ยมไม่เห็นออกมาดิ้นพราดๆเหมือนผีสิงกันเลย พวกที่ออกมาก็แค่ส่วนน้อยมีแต่เด็กๆทั้งนั้น สงสัยอยากเด่นกันมาก แต่หาทางระบายไม่ได้ เลยออกมาโชว์ความเถื่อนให้คนอื่นมอง ผมคิดว่าถ้าจัดเป็นงานห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ามาดูก็น่าจะช่วยได้เยอะพอสมควร

ซึ่งจากวงทั้งหมด 26 วง รวมเวลางานทั้งหมด 15 ชั่วโมงกลับกลายเป็นว่าเป็นเวลาของพวกหัวรุนแรงอาละวาดไปซะ 13 ชั่วโมง ผมเป็นคนฟังคนหนึ่งที่เสียอารมณ์มาก เพราะมาตั้งแต่งานเริ่มช่วงแรกๆต้องพานพบกับความบ้าคลั่งของพวกไม่รู้จักกาละเทศะแบบนี้ ซึ่งจุดเสียที่สุดของงานก็คือการที่ไม่ยอมประกาศตารางเวลาล่วงหน้าไว้เลยว่าวงใหนจะเล่นเวลาเท่าไหร่ กว่าผมจะได้ดูวงที่ชอบจริงๆก็เสียเวลาไปกว่า 8 ชั่วโมงแล้ว

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ประทับใจมากๆ คือเด็กที่มาในงานค่อนข้างจะมั่นใจว่ามาตามกระแส มาตามเพื่อนกันทั้งนั้น สังเกตจากเสื้อ Iron Maiden เห็นใส่กันตั้งหลายคน แต่ขอประทานโทษครับ ตอนวง Mystic Angel ขึ้นเพลง Fear of the Dark พวกคุณหายไปใหนกันหมด นั่งเงียบเป็นเป่าสากไม่รู้จริงๆเหรอครับเนี่ยว่าเสื้อที่คุณใส่กันอยู่นั่นเขาคือสุดยอดตำนานของวงการ เห็นมีแต่คนแก่ๆที่อยู่ด้านบนเท่านั้นที่ปรบมือให้

ถ้าเห็นว่าเสื้อมันเท่ห์เป็นโลโก้โหดๆแล้วใส่เพื่อให้ตัวเองดูโหดแล้วล่ะก็ขอเชิญออกจากงานไปเลยครับ ผมยินดีจ่ายค่าบัตรคืนให้ แม้แต่พี่เต๊าหัวหน้าวงเองก็ไม่ปลื้มครับ เซ็งกันทั้งวง

ตั้งแต่ดูงานมาผมประทับใจแค่ไม่กี่วงเท่านั้นเอง วงที่ตะคอกๆบางวงก็มีมารยาทรู้ว่าอะไรเป็นการแสดงอะไรควรจะเล่นไม่ควรเล่น เช่นพวกพี่ๆวง Clone

แต่ที่ชอบมากเลยคือวง Eurasia เป็นแนว Melodic Power Metal เหมือนกับวงของรุ่นพี่ผม Nathania และ Mystic Angel แต่คาดว่าหลายๆคนโดยเฉพาะพวกเด็กตามกระแสคงเกลียดวง Eurasia ไปอีกนานเพราะพี่เอ็กซ์หัวหน้าวงได้พูดแทงใจดำเหล่าเด็กๆที่ไม่รู้จักตัวตนของตัวเองไปหลายประโยคเหมือนกัน

พี่เอ็กซ์เคยก่อตั้งวง Neverland เมื่อซัก 10 ปีที่แล้ว เป็นนักดนตรี และนักแต่งเพลงที่เก่งมาก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคแม้ว่าพี่เขาจะพิการเป็นโปลิโอตั้งแต่กำเนิด เดินไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเล่นดนตรีไม่ได้

"ดนตรีจะดีได้ไม่ใช่เพราะคนเล่นเก่ง แต่ดีได้เพราะมีคนฟัง และถ้าคนฟังนั้นฟังให้มันดีวงการก็จะเจริญก้าวหน้า ดนตรีไม่มีความรุนแรงและไม่ใช่อาวุธ แต่คนฟังต่างหากที่ฟังไม่ดีและใช้มันเป็นอาวุธ ความฝันอันสูงสุดของพี่ไม่ได้ต้องการจะเดินได้ปกติเหมือนน้องๆแต่พี่ต้องการให้น้องๆของพี่ฟังเพลงอย่างมีสติและต้องการทำเพลงที่ดีที่สุดเพื่อน้องๆของพี่และลูกหลานชาวเมทัลทุกๆคน"

คำพูดจากปากพี่เอ็กซ์ต่อหน้าคนดูนับร้อยคงจะสะกิดใจหลายๆคน ซึ่งผมก็ไม่อาจทราบได้ว่าผู้ที่เข้ามาระบายอารมณ์ในงานนี้ได้ฟังแล้วจะรู้สึกสำนึกกันบ้างหรือเปล่า

พี่เขาสั่งสอนเพื่อให้เด็กๆรุ่นหลังเจริญก้าวหน้า ถ้าหากไม่พอใจแล้วไม่เงียบยังมีการสาปแช่งด่าทอลับหลังอีกผมขอประนามไว้เลยว่าคนพวกนี้ไม่มีความเคารพยำเกรงผู้หลักผู้ใหญ่ และไม่มีคุณสมบัติพอแม้แต่จะฟังดนตรีไม่ว่าจะแขนงใหนก็ตาม

ตลอดเวลางานกว่า 14 ชั่วโมงผมอยู่แต่ในห้องพักนักดนตรีกับพี่ๆวง Nathania กับ Mystic Angel ซึ่งพวกพี่ๆเขาก็เซ็งกับบรรดาพวกผีเข้าเหมือนกัน อยู่ไปก็เสียสุขภาพจิต แถมมาซะเร็วเสียเวลาทำมาหากินที่สุด กว่าจะได้เล่นก็ต้องรอถึงราวๆห้าทุ่ม หลับกันไปหลายตื่นเลยทีเดียว

-------------------------------------------------------------------------
P.S.

- พี่กังขับรถมาส่งถึงหอ ขอบคุณครับพี่ อย่าลืมรูปผมด้วยนะครับ

- ผมยาวมากไม่ไหวแล้ว รำคาญ ร้อนด้วยแต่ไม่อยากตัดเลย

- ผมไม่รอกล้องพี่กังแล้วนะครับ พี่เขียวเขาเอารูปขึ้นเวบตั้งนานแล้ว ผมลงรูปเลยละกัน

รูปที่เหลือสามารถเข้าไปชมได้ที่เวบไซต์ของ Mystic Angel ครับ



Stu Hamm
(B3,Steve Vai, Joe Satriani, Eric Johnson, G3)


สถานที่ Grand Hall ชั้น G
หน้าร้าน Music Collection
ศูนย์การค้า เอสพลานาด ถนนรัชดาภิเสก
(สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมฯ)
เวลา 18.00 น. วันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2550

บัตรที่นั่งมีจำนวนจำกัด
ขอได้ฟรี ที่ร้านมิวสิคคอลเล็คชั่นทุกสาขา
เมื่อซื้อสินค้า 500 บาทขึ้นไป



 
 


Kiko Loureiro
(Angra)

สถานที่ หอประชุมใหญ่ราชภัฏจันทรเกษม

เวลา 12.00-17.30 น.
วันที่ 12 กันยายน 2550
ชมฟรีตลอดงาน